แอ่น...แอ๊น..น.น.. และแล้วเราก้อได้สัมปทานเนื้อที่กลับคืนมา...
....เอิ๊ก..ก..ก.. ( ฮิ ฮิ )
ก้อมาว่ากันต่อเลยนะ...
วาสนาของเมืองภูเก็ตรุ่งเรืองขึ้นไปอีก ในสมัยรัชกาลที่ 4 โปรดให้ยกเป็น
หัวเมืองขึ้นตรงกับกรุงเทพฯ ย้ายที่ว่าการเมืองถลางไปอยู่เมืองภูเก็ต และลดเมือง
ถลางเป็นเมืองขึ้นกับภูเก็ต สมัยรัชกาลที่ 5 มีการปกครองหัวเมืองเป็นมณฑล
เทศาภิบาล เมืองภูเก็ตถูกยกระดับเป็นที่ตั้งที่ว่าการมณฑลภูเก็ต
ช่วงเวลาที่ข้าหลวงมณฑลภูเก็ต ชื่อ พระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี
( คอซิมบี้ ณ ระนอง )นี่เอง มีซินแสดูรูปร่างเกาะภูเก็ตทั้งเกาะ แล้วบอกว่ามีลักษณะ
เหมือนมังกร
ดูจากทะเล ส่วนหัวมังกรอยู่ที่แหลมพรหมเทพ อ่าวกะรนเป็นดวงตา
อ่าวฉลองเป็นเพดานเหงือก อ่าวทุ่งคาเป็นปากที่อ้า อ่าวป่าตองเป็นสันหลัง ฯลฯ
ขาหน้าได้แก่ แหลมงา แหลมไม้ไผ่
ข้าหลวงมณฑลภูเก็ตปลื้มคำทำนายนี้มาก เรียกเกาะภูเก็ตว่า " ฮ่ายเหลง "
มังกรทะเลแห่งมหาสมุทรอินเดีย แต่ก้อมีปัญหาเมื่อซินแสบอกว่า จุดที่เป็นหัวใจ
มังกรอยู่ตรงเรือนจำ ตำแหน่งไม่เป็นมงคล
ซินแสแนะให้แก้ด้วยการสร้างหอกปักไว้ที่หัวใจมังกร หอกที่ซินแสแนะ
ก้อคือ ถนนมนตรีและถนนสุทัศน์ เริ่มจากเรือนจำจังหวัดไปวงเวียนหอนาฬิกาปัจจุบัน
นับแต่สร้างหอกปักหัวใจมังกรไว้แล้ว ซินแสก้อทำนายว่า...เมืองภูเก็ต
จะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง เป็นสวัสดิมงคลของชาวภูเก็ต และจะเป็นเกาะมหาสมบัติ
ล้ำค่าของประเทศไทยในอนาคต.





ไข่มุกข์อันดามัน สวรรค์เมืองใต้ 
หาดทรายสีทอง สองวีรสตรี บารมีหลวงพ่อแช่ม 
ขอขอบคุณ..... คุณ Phatthar ......เอื้อเฟื้อภาพถ่าย
ขอคารวะ..... บาราย คัมภีร์จากแผ่นดิน ......เรียบเรียงข้อมูล
ทรายขาว.....รายฮาน
