|
|
หลังจากทริปเกาะยาวที่สภาพอากาศไม่ค่อยเป็็นใจซักเท่าไหร่ เราเริ่มทริปใหม่ในช่วงต้นเดือนกุมภาฯโดยมีเกาะรายาเป็นที่หมายในครั้งนี้ค่ะ เช้าวันอาทิตย์ท้องฟ้าปลอดโปร่ง พวกเราแบกสัมภาระขึ้นบ่ากันคนละสองสามชิ้น จอดรถทิ้งไว้แล้วเดินไปท่าเรืออ่าวฉลองตามแผนของโอเจผู้จัดการทริป ด้วยความกลัวตกเรือพวกเรามารายงานตัวกันเป็นกลุ่มแรก นัดแนะเวลาลงเรือกันเรียบร้อยแล้วค่อยเดินย้อนกลับมาร้านกาแฟที่หมายตาไว้  จิบกาแฟหมดถ้วยก็ได้เวลาลงเรือพอดี คราวนี้เพื่อนร่วมทางชาวต่างชาติมานั่งรอลงเรือกันเต็มไปหมดค่ะ มีทั้งที่ไปกลับในวันเดียวและไปค้างคืนบนเกาะเหมือนพวกเรา
การเดินทางจากท่าเรืออ่าวฉลองด้วยเรือเร็ว (speed boat) 
ใช้เวลาโต้คลื่นประมาณครึ่งชั่วโมงเราก็มาถึงเกาะรายาตอนเกือบจะเมาเรือได้ที่พอดีค่ะ
แถมตอนขึ้นจากเรือยังต้องใช้วิชาตัวเบา (อันนี้ทำยากมาก) เพราะท่าเรือเป็นทุ่นลอยน้ำที่เดินแล้วยวบไปมา ถ้ารักษาสมดุลของร่างกายไม่ดีอาจจะต้องลงไปนอนยิ้มอยู่ในน้ำค่ะ
พอเท้าสัมผัสพื้นทรายบนชายหาดต่างคนต่างคว้ากล้องมาบรรเลงเพลงชัตเตอร์กันก่อน นาทีนั้นหายเมาเรือเป็นปลิดทิ้งค่ะ 

ที่พักของเราบนเกาะเป็นบังกาโลหลังเล็กๆบนเนินเขา วิวจากที่พักสวยเอาการเลยค่ะ
ถ้ามาในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวแบบนี้ขอแนะนำให้จองมาล่วงหน้านะคะ ไม่งั้นอาจจะต้องแบกสัมภาระกลับเพราะห้องเต็ม
พอมาถึงเกาะแล้วคนที่อยากดำน้ำก็มีเรือพาออกไปจุดดำน้ำที่อยู่ใกล้ๆ ใช้เวลาไม่นานแค่ชั่วโมงกว่าๆ ก่อนจะกลับมาทานมื้อเที่ยงกันค่ะ

หนังท้องตึงกันไปแล้วก็ต้องรีบออกไปเดินเก็บภาพที่หน้าหาดกันอีกครั้งก่อนที่หนังตาจะหย่อน ที่นี่แดดแรงมากๆค่ะ แว่นกันแดดเป็นสิ่งที่ไม่ควรขาดเลย ไม่งั้นต้องเดินหลับตาบ้าง(พยายาม)ลืมตาบ้างเวลาที่เดินบนชายหาด เพราะทรายสีขาวสะท้อนแสงเข้าตาชนิดที่สู้ไม่ไหวทีเดียวเชียว
เดินท้าแดดก้นจนได้ที่แล้วต้องขอออมแรงไว้ไปเก็บภาพพระอาทิตย์ตกกันต่อตอนเย็นๆค่ะ

ใกล้เวลาพระอาทิตย์ตกพวกเราก็หูตาสว่างกันอีกครั้ง คราวนี้ต้องตะเกียกตะกายปีนป่ายโขดหินกันเล็กน้อยด้วยความที่อยากเก็บภาพอาทิตย์อัสดง ถึงมุมที่ได้จะไม่ค่อยแจ่มซักเท่าไหร่แต่ก็พอไปวัดไปวาได้หล่ะค่ะ (ปลอบใจตัวเองเล็กน้อย อิ อิ…) พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปเรียบร้อยพวกเราก็เสร็จสิ้นภารกิจของวันนี้ค่ะ
เช้าวันจัันทร์ความหิวเริ่มมาเยือนตั้งแต่ร้านอาหารยังไม่ทันเปิด  ก็เล่นตื่นกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเลยโดนน้องที่รีสอร์ทแซวว่าตื่นก่อนพนักงานซะอีก จัดการกับอาหารเช้าเรียบร้อยค่อยมีเรี่ยวแรงออกเดินกันอีกครั้ง ช่วงเวลาที่เหลืออีกสามสี่ชั่วโมงก่อนลงเรือกลับ เราจะไปเก็บภาพที่อ่าวสยามซื่งอยู่อีกด้านนึงของเกาะกัน
ใช้เวลาเดินแค่ประมาณไม่เกินสิบห้านาทีค่ะ ด้านอ่าวสยามคนค่อนข้างน้อย บรรยากาศเงียบสงบกว่าฝั่งที่เราพัก เพราะฝั่งนี้ไม่มีท่าเรือ มีแต่ร้านอาหารกับเตียงผ้าใบ ลมก็พัดเย็นสบายค่ะ

ที่นี่เรายังค้นพบไก่ทอดที่เด็ดมากๆจนโอเจถึงกับต้องสั่งมาเบิิ้ลกันเลยทีเดียว  ไม่ต้องสงสัยเลยค่ะว่าทำไมเราใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงที่ร้านอาหาร กว่าจะเยื้องย่างกันออกจากร้านก็ใกล้เวลาลงเรือเพื่อเดินทางกลับ เรือลำเดิมพาพวกเรากลับมาถึงท่าเรืออ่าวฉลองด้วยเวลาที่รู้สึกว่าเร็วกว่าขามา แบกสัมภาระออกเดินจากท่าเรือกันอีกครั้ง ระหว่างทางรองเท้าสองคู่ของเพื่อนร่วมทริปเรา ถูกโยนทิ้งด้วยสภาพที่ไม่อาจจะบรรยาย ถ้าไม่ซื้อคู่ใหม่คงเดินกลับไปไม่ถึงรถค่ะ... แล้วพบกันใหม่นะคะ... 
ชมภาพสวยๆของเกาะรายาฝีมือ webmaster ได้ที่ forum "Raya Island #1" ค่ะ
Anonymous comments are disabled
|
|