ถ้าเราย้อนเวลากลับไปซักประมาณร้อยกว่าปีก่อน ภูเก็ตวันนั้นอุดมไปด้วยดีบุกซึ่งส่งเสริมให้การทำแร่ของนายเหมืองเจริญรุ่งเรืองอยู่หลายทศวรรษ คฤหาสน์ของนายเหมืองที่คนภูเก็ตเรียกว่า "อั้งม้อหลาว" ก็ถูกสร้างขึ้นตามแบบผสมผสานระหว่างตะวันตกกับตะวันออก ที่ปัจจุบันยังคงคุณค่าความงดงามทางสถาปัตยกรรม และบางหลังยังเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมความคลาสสิคอีกด้วยค่ะ
"อั้งม้อหลาว" บนถนนกระบี่
อั้งม้อหลาว เป็นภาษาจีนฮกเกี้ยน "อั้งม้อ" แปลว่าฝรั่งหรือชาวต่างชาติค่ะ ส่วน "หลาว" แปลว่าตึกคอนกรีต บนถนนกระบี่ในตัวเมืองภูเก็ตมี อั้งม้อหลาว สองหลังที่เป็นที่คุ้นตาของคนภูเก็ตค่ะ ทุกวันนี้ก็ยังได้รับการดูแลเป็นอย่างดี

อีกหลังนึงตรงหัวมุมถนนกระบี่ค่ะ

ตรงบริเวณหน้าอั้งม้อหลาวหลังนี้เคยมีการจัดแสดงแสง สี เสียง เรื่องฮ่ายเหลง (มังกรทะเลแห่งอันดามัน) โดยการแสดงครั้งนั้นใช้อั้งม้อหลาวหลังนี้เป็นฉากหลัง สวยงามตระการตาจริงๆค่ะ
"เตี่ยมฉู่" บนถนนถลาง
เตี่ยมฉู่ เป็นบ้านตึกแถวที่ได้รับอิทธิพลมาจากปีนัง ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุกีส โดยจะเห็นได้จากประติมากรรมปูนปั้นของช่างฝีมือจีนที่ประดับอยู่บนอาคารแบบโปรตุเกส ซึ่งเป็นอาคารสองชั้นยาวต่อเนื่องสองฟากถนน ด้านหน้าของอาคารชั้นล่างทำเป็นช่องโค้งต่อเนื่องกันไปเพื่อให้เกิดทางเดินที่ภาษาจีนฮกเกี้ยนเรียกว่า "หง่อคาขี่" แปลว่าทางเดินเท้ากว้างห้าฟุตค่ะ

เตี่ยมฉู่ บางหลังถูกดัดแปลงเป็นร้านอาหารแบบคลาสสิค ให้นักท่องเที่ยวได้ย้อนกลับไปสัมผัสบรรยากาศเก่าๆกันอีกครั้งนึงค่ะ

เวลาร้อยกว่าปีผ่านไป หมดยุคของการทำเหมืองแร่ในอดีต ภูเก็ตวันนี้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก แต่วิถีดั้งเดิมของวัฒนธรรมผสมผสานของชาวภูเก็ตก็ยังคงเดินต่อไปใต้หลังคากระเบื้องดินเผาของตึกเก่าๆบนถนนหลายสายในเมืองภูเก็ตค่ะ

ขอขอบคุณ... แขกผู้มาเยือนภูเก็ตทุกท่านค่ะ 