สยาม อันดามัน ชุมชนออนไลน์ของผู้รัก อันดามัน (Online community for Andaman Lovers)

สยาม อันดามัน ชุมชนออนไลน์ของผู้รัก อันดามัน (Online community for Andaman Lovers)
in Search
 
 
 

isl@nder

  • Sarasin Bridge - Phuket (สะพานสารสิน ภูเก็ต)

    "แตกอน พานนี้หามีม้าย ต้องนั่งเรือข้าม..." 

    พ่อเคยเล่าให้ฟังตอนที่ผมนั่งรถข้ามสะพานสารสิน
    ถ้าคุณผู้อ่านเป็นชาวภูเก็ตและใกล้เคียง
    หรือเคยมาเที่ยวภูเก็ตโดยข้ามสะพานนี้
    คงมีความทรงจำอยู่ในเมมโมรี่ของท่านไม่มากก็น้อย
    เพราะเมื่อคุณเห็นสะพานสารสิน นั่นหมายถึง
    คุณกำัลังจะข้ามมาสู่เกาะภูเก็ต หรือคุณอาจจะเดินทางจากไป...

    "สะพานสารสิน" มีความผูกพันกับชาวภูเก็ตมานานราว 40 ปีแล้ว
    เปิดใช้เมื่อ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2510 สร้างข้ามทะเล "อันดามัน"
    ตรงนี้เรียกว่า ช่องปากพระ เชื่อม ท่าฉัตรไชย ฝั่งเกาะภูเก็ต
    กับ ท่านุ่น จังหวัดพังงาครับ มีความยาวทั้งหมด 660 เมตร
    ถ้าคุณเดินทางโดยทางบก ต้องผ่านสะพานนี้ มีเรื่องราวมากมาย
    เกี่ยวกับสะพานสารสิน รวมถึงเรืองความรักต่างชนชั้น
    ที่โด่งดังจนถูกสร้างเป็นหนังมาแล้ว "สะพานรักสารสิน"

       

    วันนี้เป็นอีกครั้งที่ผมและเพื่อนๆได้ข้ามสะพานสารสิน
    เพื่อไปเที่ยวพังงาและระนองกัน โชคดีที่ท้องฟ้าเปิด
    ก็เลยลงไปเก็บภาพบรรยากาศช่วงเช้าๆของที่นี่มาฝากเพื่อนๆครับ
    ปัจจุบันนี้สะพานสารสินใช้เป็นเส้นทางขาออกจากภูเก็ต
    และมี "สะพานเทพกระษัตรี" ใช้เป็นขาเข้า อยู่คู่กัน

     มีคนนิยมมาเดินเล่น ชมวิว ตกปลา ที่สะพานสารสิน
    แต่ระวังรถกันหน่อยนะครับ ถ้าให้ปลอดภัยให้คุณข้ามสะพานมาก่อน
    แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปจอดรถด้านล่างก็ดีนะครับ
    แถมมีร้านกาแฟท่านุ่นให้ลิ้มลองด้วย

      

    ถ้ามีโอกาสผ่านสะพานนี้อีกครั้ง ผมไม่พลาดลงไปชมวิวเก็บภาพที่
    "สะพานสารสิน" อีกอย่างแน่นอน


      

    ชมภาพจากอัลบัม สะพานสารสิน ภูเก็ต

    ชมภาพแบบ Slide Show ที่นี่ครับ

  • Phuket (Round the island #3) -- พาเที่ยวรอบเกาะภูเก็ต ตอนที่ 3

    "ใครโทรมาหลาว กำลังนอนหรอยๆ!" เสียงผิวปากจากริงโทน Wind Of Change ของ
    Scorpions ที่ชอบฟังกับทรายขาวสมัยวัยรุ่นดังแต่เช้า ถึงจะไม่ใช่เสียงแบบ MP3 มันก็ทำ
    ให้ผมเคลิ้มไปพักนึง สักพักนึกขึ้นได้ เหย้ยย!! ไปถ่ายรูปนี่หว่า เท่านั้นแหละ ผมก็ดีดตัว
    ขึ้นมารับโทรศํพท์อย่างรวดเร็ว ลืมตัวว่ากล้ามหน้าท้องมันรวมตัวกันเป็นลูกเดียวนานแล้ว

              "อาบน้ำเร็วๆ เดี๋ยวก่อนไปซื้ออะไรไปกินด้วยนะ จะได้ไม่หิว"

    เสียง Phatthar สั่งการ แถมท้ายไม่ลืมเรื่องกินตามเคย ...

      
    เป็นที่มาของ "พาเที่ยวรอบเกาะ ตอนที่ 3" ยังมีชายหาดสวยๆฝั่งอันดามัน อยู่ตอน
    บนของเกาะที่หลายคนอาจจะลืมไปแล้ว หรือไม่เคยได้ยิน "หาดในทอน" และ "หาดใน
    ยาง"
    ครับ 

       

    ช่วงเช้าอากาศดีๆ ผมหิ้วซาลาเปาไป 3-4 ลูก กับขนมไข่นกกระทา 1 ถุง ช่วงกินเจแค่นี้ก็
    โอเคแล้ว เรากะกันว่าใช้เวลาครึ่งวัน เดินทางจากตัวเมือง ไปทางอำเภอถลาง เส้นทาง
    เดียวกับ พาเที่ยวรอบเกาะตอนที่ 1 แต่ผมเลียบเกาะขึ้นไปทางเหนือ ไม่นานผมก็มาถึง
    หาดในทอน ที่ไปช่วงเช้าเพราะผมอยากได้ภาพฟ้าเข้มๆ เพราะเป็นฝั่งตะวันตก 



    หาดในทอนอยู่ในเขต "อุทยานแห่งชาติสิรินาถ" บรรยากาศเงียบสงบ คนน้อยๆ หาดทรายไม่ขาวมาก
    แต่น้ำใส เล่นน้ำได้ เตียงและร่ม มีพอนับได้ ต้นไม่ร่มรื่น ถ้าใครชอบแนวนี้ หาดนี้เหมาะเลย
    หาดที่คนน้อยๆ โดยไม่ต้องนั่งเรือ ไปตามเกาะเล็กๆให้เหนื่อย

    ขับรถไปอีกนิดก็มาถึง "หาดในยาง" อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ เช่นเดียวกันถ้าใคร
    นึกไม่ออกหาดนี้อยู่ติดกับสนามบินภูเก็ตไงครับ มีต้นสนทะเล ร่มรื่นและเงียบสงบ เหมาะ
    ที่จะเป็นวันพักผ่อนจากงานการที่เครียดๆมากครับ หาดทรายขาวยาวหลายกิโล ช่วงปลายปี
    มีเต่าทะเลมาวางไข่ เล่นน้ำพอได้ แต่ดูคลื่นลมดีๆนะครับ เลี่ยงได้ไปเล่นหาดอื่นเหมาะกว่า

       
     

    จริงๆแล้วมีหาดอีก 2-3 หาด จากหาดในยาง ไปจนถึงสะพานสารสิน เพราะใช้เวลาเก็บภาพ
    ถึงเที่ยงก็หิวข้าวกันแล้ว ไว้จะถ่ายภาพมากระตุ้นต่อมอยากไปทะเลกันอีกครับ

    ขอบคุณ Phatthar สำหรับเบาะนุ่มๆ แอร์เย็นๆ
    และขออภัยที่หิวตั้งแต่หาดในยาง แต่มากินหมี่หุ้นที่อ๊ามผ้อต่อบางเหนียว
    และขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชมครับ

    - ชมภาพจาก Photo Album
    - ชมภาพแบบ Slide Show 

    + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + 

    - Phuket (Round the island #1) -- พาเที่ยวรอบเกาะภูเก็ต ตอนที่ 1
    - Phuket (Round the island #2) -- พาเที่ยวรอบเกาะภูเก็ต ตอนที่ 2

  • Koh PhiPhi - Krabi (เกาะพีพี พาเที่ยว วันเดียวกลับ)

    เมืองไทยเรานี่มีอะไรดีๆเยอะ ผมเห็นด้วยครับ ภาพถ่ายฟ้าสวยๆ น้ำทะเลใสๆ หาดทรายขาวสะอาด
    ถือเป็นมนเสน่ห์ที่ชักชวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ แวะเวียนมาเยือน
    อันดามัน ไม่ขาดสาย
    แม้แต่ผู้ที่เคยมาเยือนแล้ว ก็ยังติดใจและกลับมาอีกหลายๆครั้ง ...

    ปลายเดือนตุลาคม ช่วงใกล้หมดมรสุม ผมและเพื่อนๆรวม ได้ชักชวนกันไปเยือน เกาะพีพี ผมขอเล่าเรื่อง
    แบบนั่งจิบกาแฟคุยกันสบายๆก็แล้วกันนะครับ เพราะไม่ถนัดเรื่องงานเขียน
    (ตกลงเราถนัดอะไรมั่งเนี่ย) Stick out tongue

     

    ผมเตรียมอาหารเจจากที่บ้านไปด้วย สปอนเซอร์โดยพี่สะใภ้ผมเองครับ เพราะอยู่ในช่วงกินเจ สำหรับอาหารเที่ยง
    วันนี้
    (เป็นการเที่ยวแบบประหยัดด้วยนะครับ ไม่สงวนลิขสิทธิ์) การเดินทางจากภูเก็ตไปเกาะพีพีค่อนข้างสะดวก
    ลงเรือที่ท่าเรือเกาะสิเหร่ สามารถนำรถส่วนตัวไปจอดได้ ผมและเพื่อนๆเลือกที่จะไปแบบเช้าไปเย็นกลับ ค่าโดยสาร
    คนละ
    500 บาท ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งก็มาถึงเกาะพีพีดอน เรือจอดที่อ่าวต้นไทรครับ ระยะทางประมาณ
    40
    กม.
      

     

    จากพีพีดอนเราเหมาเรือหางยาวไปพีพีเลด้วยราคาต่อรองแบบคนเกือบท้องถิ่น 800 บาท เมื่อถึงพีพีเล เรือแวะไป
    ตามที่สวยๆหลายๆแห่ง  ถ้ำไวกิ้ง
    Viking Cave (Bird's nest cave), ปีเละ (Pileh),โละซามะ (Loh Samah
    Bay)
    คนขับเรือรูปหล่อควบน้ำกระจายมาสุดท้ายที่ อ่าวมาหยา (Maya Bay) หลังจากตาค้างเพราะความงามของที่
    นี่อยู่พักใหญ่ มีขาประจำในกลุ่มเริ่มหิว ตบท้ายด้วยกาแฟธรรมดาๆเหมือนที่ทำงาน แต่ทำไมรู้สึกจะอร่อยกว่าเยอะเลย



    อิ่มแล้วพวกเราก็เริ่มเดินดูญี่ปุ่น เหย้ยย
    ! เดินเก็บภาพกันครับ ยกเว้นซีดานไปดำนำดูปลา ดูปะการัง อิจฉาจริงๆ
    เสียดายไม่มีอุปกรณ์ถ่ายใต้น้ำ ไว้งบประมาณผ่านเมื่อไหร่คงมีภาพใต้ทะเลสวยๆมาฝากเพื่อนๆแน่นอน



    ได้เวลากลับไปรอเรือที่พีพีดอน ยังพอมีเวลาเหลือเก็บภาพที่ อ่าวโละดาลัม (
    Loh Dalam Bay) ฝั่งตรงข้าม อ่าวต้นไทร
    (
    Ton Sai Bay) บ่าย 2 กว่าๆเรือก็ออก ถึงภูเก็ตราวๆ 4 โมงกว่า โชคดีจริงๆ เพราะตอนเย็นฝนตกหนักเลยครับ

        


    ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่กระทู้นี้ครับ

    ชมภาพจาก Photo Album แบบ Slide Show

  • Tapom Khlong Song Num - Krabi (ท่าปอม คลองสองน้ำ - กระบี่)

    หน้าฝนช่วงมรสุมมาเยือน หลายๆคนที่ชอบเที่ยวทะเลอาจจะต้องนับวันรอ
    เมือไหร่จะหมดมรสุม ท้องฟ้าจะแจ่มๆเสียที จะได้ไปเที่ยวทะเลกัน บางคนโชคดี
    ถึงจะไปทะเลช่วงนี้ก็ไม่เจอฝน ผมกลับไปเยี่ยมบ้านคราวนี้ นัดกับเพื่อนๆไปเที่ยว
    "กระบี่" กันครับ โดยมี ซีดาน เพื่อนรุ่นพี่รับจัดโปรแกรมเทียวครั้งนี้ ผมรับโพย
    มาปั๊บกาแมนยูฯก่อนเลย เหย้ย! เอามาดูโปรแกรมหน่อยซิไปไหนมั่ง
    "ท่าปอม คลองสองน้ำ" เป็นหนึ่งในรายการที่เราจะไปกัน มันเป็นยังไรเหรอ
    คลองสองน้ำ ผมคิดๆ แต่ไม่กล้าถามซีดาน (กลัวโดนหัวโขก) ...

     
    ผมและเพื่อนๆเดินทางจากภูเก็ต ถ้าี่มาจากทางตัวเมืองกระบี่
    ใช้เส้นทางกระบี่-อ่าวลึก ประมาณ 22 กิโลเมตร ก็ถึงปากทางเข้า
    เลี้ยวซ้ายไปราวๆ 5 กม.ก็ถึงครับ ช่วงที่ไปฝนตกๆหยุดๆสลับไปตลอดทาง
    แต่ก็ได้เห็นวิวภูเขากับหมอกจางๆสวยดี พอไปถึงด้านหน้าเป็นลานจอดรถ
    ค่าบริการ 20 บาท ลงดินไปนิดหน่อยก็ถึงจุดเข้าไปชมคลองสองน้ำ

      
    เส้นทางเดินเที่ยวชมศึกษาธรรมชาติระยะทาง 700 เมตร เป็นสะพานไม้ครับ
    เมื่อเดินเข้าไปจะเห็นด้านซ้ายเป็นป่าพรุทึบนิดหน่อย ส่วนด้านขวาจะเห็นเป็นป่าชายเลน

     
    พวกเราเดินเข้าไปถึงจุดที่เด็กๆเล่นน้ำกัน จุดนี้คงเป็นน้ำจืดที่ไหลมาจากธารน้ำพุใสจากใต้ดิน
    น้ำใสเห็นรากไม้ใต้น้ำ สวยงามแปลกตามากเลยครับ

      
    เดินไปเรื่อยๆออกไปทางขวา
    เป็นจุดที่น้ำเค็มขึ้นมาถึง ตอนที่พวกเราไปกันน้ำขึ้นและฝนตกครับ
    ทำให้ได้ภาพที่น้ำไม่ใสเหมือนที่เคยเห็นในนิตยสารท่องเที่ยว

     
    ครั้งนี้ผมตากล้องสมัครเล่นเก็บภาพมาฝากเพื่อนๆ พอเป็นน้ำจิ้มนะครับ
    ต้องมาเห็นกับตาตัวเองถึงจะรู้ว่าที่นี่ Unseen ยังไง ถ้ามีโอกาสผมคงได้แวะมาเที่ยว
    เก็บภาพที่นี่อีกแน่นอน

  • "Por Tor" Festival - Phuket (ประเพณีผ่อต่อ ภูเก็ต)

        เดือนสิงหาคม ฝนฟ้าไม่เป็นใจนัก สำหรับนักท่ิองเที่ยว
    เดือนนี้มีวันสำคัญของคนไทยทุกคน นั่นก็คือ "วันแม่"
    นอกจากนี้ยังมีประเพณีเก่าแก่ของคนภูเก็ตเชื้อสายจีน
    ที่สืบทอดกันมานาน สมัยเด็กผมและเพื่อนๆรับรู้แค่ว่า
    ได้หยุดโรงเรียนอีกแล้ว ได้เล่นชิงช้า ขี่ม้าหมุน ดูลิเก
    และได้กินขนมเต่าชุบไข่ทอดอร่อยๆ... แต่น้อยคนนัก
    (รวมถึงผมด้วย) ที่จะรู้ความหมายของประเพณีนี้
    โอกาสนี้ ผมลูกหลานคนบางเหนียว ภูเก็ต
    ก็เลยขอนำข้อมูลความหมาย และความเป็นมาของ
    ประเพณี "ผ่อต่อ" มาบอกต่อเพื่อนๆครับ


       "ผ่อต่อ" เป็นคำจีน หมายถึง การทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

       ความเป็นมาของ "ผ่อต่อ" เนื่องจากเดือนเจ็ด (นับแบบจีน)
    ชาวจีนถือว่าเป็นเดือนปล่อยวิญญาณ ประตูวิญญาณจะเปิดออก
    เพื่อให้เหล่าวิญญาณพเนจรออกมาเที่ยวเล่นเป็นเวลา 1 เดือน
    ชาวจีนจึงร่วมกันจัดอาหารคาวหวานเซ่นไหว้ เพื่อเป็นการระลึกถึง
    ผู้วายชน ที่ก่อนเคยได้ใช้ชีวิตร่วมกันในชุมชนเดียวกัน (โดยไม่จำเป็น
    ต้องแซ่เดียวกัน) เป็นการแสดงถึงความกตัญญูและความสามัคคีกลมเกลียว
    ในชุมชนนั้นๆ คล้ายกับการทำบุญเดือนสิบของประเพณีไทยนั่นเอง
    และในเดือนเจ็ด ชาวจีนจะห้ามมิให้ลูกหลานออกนอกบ้านหลังเวลาพลบค่ำ
    (เวลา 18.00 น.) เพราะอาจเคราะห์หามยามร้ายได้ (ช้อง)

     
         องค์ผ่อต่อก้ง (กวนอูไต่สู่) คือภาค (ป้าน) หนึ่งของเจ้าแม่กวนอิม
    แปลงร่างให้น่ากลัวเหมือนพญามาร เพื่อให้สามารถปราบเหล่าวิญญาณได้
    เนื่องจากต้องไปโปรดสัตว์ในนรก ซึ่งท่านจะคอยดูแลเหล่าวิญญาณพเนจร
    ทั้งหลายที่ขึ้นมาบนโลกมนุษย์ และจะคอยตามเหล่าวิญญาณที่ยังไม่ยอม
    กลับบ้าน เมื่อครบกำหนดเวลาที่ประตูวิญญาณเปิด (30 ค่ำ เดือน 7)

        การเซ่นไหว้/ของไหว้ มีการจัดทำอาหารคาวหวานหลากหลายชนิด
    ที่สำคัญประกอบด้วย หมู เป็ด ไก่ อันหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์,
    เส้นหมี่เหลือง หมายถึง อายุยืนยาว ส่วนของหวานที่สำคัญ คือฮวดโก้ย
    หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง และขนมเต่า ซึ่งปัจจุบันตามชุมชนต่างๆนิยม
    นำมาจัดประดับประดาอย่างสวยงาม มีการแกะสลักผักผลไม้ เป็นรูปร่างต่างๆ
    อย่างวิจิตร และมีการเฉลิมฉลองอย่างสนุกสนานอีกด้วย สัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่ง
    ในการจัดทำของไหว้ คือการประดิษฐ์เมล็ดธัญพืชให้เป็นรูปสัตว์ และสิ่งของต่างๆ

      
        "ขนมเต่า" ของเซ่นไหว้ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ในประเพณีนี้ ซึ่งเป็นขนมที่ทำ
    จากแป้งสาลีผสมน้ำตาล ปั้นขึ้นเป็นตัว ให้มีรูปร่างเป็นตัวเต่าขนาดต่างๆกัน
    แล้วทาด้านบนกระดองด้วยสีแดง (ในอดีตทำด้วยแป้งหมี ตัวเต่ามีสีขาว มีจุด
    แต้มสีแดงตรงกลางเรียกว่า มอฮ่อ) การนำขนมเต่ามาเซ่นไหว้นั้น นัยหนึ่งเชื่อว่า
    เกิดจากการที่เต่าทะเลยักษ์โผล่ขึ้นจากทะเลลึก ช่วงพระถังซัมจั๋ง รอดพ้นจาก
    พายุเมื่อคราที่ไปอัญเชิญพระไตรปิฎก ชาวจีนจึงนำมาเป็นของเซ่นไหว้เพื่อการ
    ระลึกถึง หรืออีกนัยหนึ่งเชื่อว่า เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้เซ่นไหว้เอง เนื่องจาก
    ชาวจีนถือว่าเป็นสัตว์ที่มีอายุยืนยาว ส่วนที่เป็นสีแดง เพราะเป็นสีที่เป็นมงคล
    ของชาวจีน ซึ่งปกติในงานมงคลต่างๆของชาวจีน ก็จะมีการเซ่นไหว้ด้วย
    ขนมเต่า (อังกู้) อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่มีขนาดใหญ่เหมือนกับงานผ่อต่อ


         ปีนี้ผมและเพื่อนๆ อุดหนุนขนมเต่าของคนใกล้บ้าน แล้วก็แบกกันไปคนละตัว
    นำไปไหว้ที่อ้ามผ่อต่อก้ง (บางเหนียว) เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ได้ข่าวว่าหลังจากนั้น
    วันสองวัน สมาชิก OJ. โชคดีเลยครับ Big Smile ส่วนของกระผมที่ขนมเต่าเขียนว่า "วาสนา"
    เพราะรู้สึกว่าไม่ค่อยมี Stick out tongue


         The meaning of "Por Tor"
             Por Tor is a Chinese word which means to worship by offering
    gifts & food to your ancestor.

         "Por Tor Kong"
             The god of Devils/Another part of Kuan-im (Chinese monk).

         To worship
             Offering variety of gifts & food.


         Khanom Tao
             The main offering for this festival is turtle-shape cake made from
    glutinous rice flour and sugar. These turtle cakes are red in colour and
    turtle symboles long life.


         In Phuket
             The annual worship of the god of devils (Por Tor Kong) is done in
    a grand scale. He has a special shrine near Bang Neow Primary school.

    รายนามคณะเถ้าแก่หล่อจู้ ประจำปี 2549
    หล่อจู้
        คุณวัลภา จิตตาปัญญานุกูล (ได้ 6 โป้ย)
    เถ้าแก่

        1. คุณสมศักดิ์ สันติอมรทัต (ได้ 5 โป้ย)
        2. คุณจันทรา ตันติวงศ์ไพศาล (ได้ 4 โป้ย)
        3. ร.ต.วิชัย ชาวบ้านเกาะ (ได้ 4 โป้ย)
        4. คุณลาวัณ แซ่ตัน (ได้ 4 โป้ย)

    (คณะเถ้าแก่-หล่อจู้ :: เป็นบุคคลในชุมชนนั้นๆ ที่ได้รับการคัดเลือก
    จากองค์ผ่อต่อก้งโดยการเสี่ยงทาย (โป้ย) ให้ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ
    ในการจัดงาน ในแต่ละปีผลัดเปลี่ยนกันไป บุคคลที่ได้รับเลือกเป็นหล่อจู้นั้น
    จะถือว่าเป็นสิริมงคลแก่ตนเองอย่างยิ่ง ซึ่งมีการอัญเชิญองค์ผ่อต่อก้ง
    ไปประดิษฐานยังบ้านที่อาศัย โดยจะรับหน้าที่ถวายน้ำชาแก่องค์ผ่อต่อก้ง
    ทุกวันตลอด 1 ปี)

    เล่าข้อมูล-ตำนาน : ก๊กเกี๋ยว แซ่เหล
    บันทึกเรื่องราว : ปิยะวรรณ จิตตาปัญญานุกูล
    ความตั้งใจ : ถ่ายทอดความเป็นไปในชุมชนจากรุ่นแรกสู่รุ่นหลัง

    ขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่อ้ามผ่อต่อก้ง (บางเหนียว)
    ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลประวัติ และความหมายของ
    ประเพณี "ผ่อต่อ" มาให้เพื่อนๆได้อ่านกันครับ

  • Phuket (Round the island #2) -- พาเที่ยวรอบเกาะภูเก็ต ตอนที่ 2

    สวัสดีครับ Smile เพื่อนๆคนรักอันดามัน เป็นอีกครั้งที่ผมจะพาทุกท่านเที่ยวชมวิว
    รอบเกาะภูเก็ต ตามสไตล์โปรแกรมเมอร์ ที่ปกติจะถนัดเขียนโปรแกรมมากกว่าพาเที่ยว ..
    int i = 0; อ้าวๆ เอาแล้วไงๆ... ลืมตัวไปหน่อยๆ Stick out tongue

    ครั้งนี้ผมต้องปลุกทุกท่านแต่เช้่าตรู่ ออกตระเวณหาเหยื่อ เอ้ย หาอะไรอร่อยๆในเมือง
    อย่าง ขนมจีบ ขนมจีน โรตีน้ำแกง โกปี้ เซล้อง ใส่ท้องก่อน เพราะครึ่งวันเช้าผมจะพาท่านไปชมวิว
    รอบเกาะตอนล่างกัน เราจะเริ่มเดินทางจากตัวเมืองตอนเช้า ลงไปทางใต้โดยเป้าหมาย
    แรกของเราก็คือหาดราไวย์




    "หาดราไวย์" อยู่ทางตอนใต้ของเกาะ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 17 กม. จากตัวเมือง
    ใช้เส้นทางถนนเจ้าฟ้า ผ่านห้าแยกฉลองตรงมาไม่นานก็ถึงครับ ราวๆ 8 โมงกว่า
    เมือถึงหาดถ้าเลี้ยวซ้ายจะเป็นหมู่บ้านชาวเล หรือชาวไทยใหม่ เลี้ยวขวาจะเป็นหน้าหาด
    (ถ้าไม่เลี้ยวลงทะเลครับ อิอิอิอ) ... มีร้านอาหารแบบตั้งโต๊ะปูเสื่อ หาดทรายและน้ำทะเล
    ที่นี่ไม่สวยแดดไม่แรงเท่าด้านตะวันตก นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่นิยมมาเล่นน้ำอาบแดด
    ที่นี่ครับ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่นี่เหมาะสำหรับพาครอบครัว เพื่อนฝูงมานั่ง
    ทานอาหารรับลมเย็นๆยามบ่ายมาก บรรยากาศเงียบๆ แต่ไม่มาก ได้ยินเสียงลมกระทบ
    แนวสนหน้าหาดเย็นสบาย เรือหางยาวของชาวบ้านเรียงรายเป็นแถวยาว ไว้ออกหาปลา
    และรับส่งนักท่องเที่ยวไปตามเกาะต่างๆ เช่นเกาะเฮ เกาะราชา เกาะโหลน





    "แหลมพรหมเทพ" จากหาดราไวย์ไปทางขวาราวๆ 2 กม.เราก็มาถึงแหลมพรหมเทพ
    จุดชมวิวชื่อดังของภูเก็ตและอันดามัน มองจากจุดชมวิวที่สูงเห็นตัวแหลมทอดยาวออก
    ไป ช่วงเย็นจะมีนักท่องเที่ยวมารอชมพระอาทิตย์ตกเป็นจำนวนมาก ถ้าโชคดีไม่มีเมฆบัง
    จะได้ชมพระอาทิตย์ตกน้ำเดือดปุดๆ ยิ่งกว่าตะวันตกดินของพี่แอ๊ด คาราบาวอีก(เวอร์ไป
    มะ อิิอิอิ)  เที่ยวหน้ากลับบ้านจะเก็บภาพพระอาทิตย์ตกมาฝากครับ (ถ้าฝนไม่ตก) ครั้งนี้
    ผมมาถึงราวๆ 9 โมงกว่าๆ ผู้คนนักท่องเที่ยวยังไม่เยอะครับ อุดหนุนน้ำมะพร้าวอ่อนของ
    ลุงข่างล่างก่อนก็ไม่เลวนะ เมือเดินขึ้นมาตรงจุดชมวิว สิ่งที่เห็นคือ ทะเลกว้างสุดลูกหูลูก
    ตา มีเกาะแกวน้อยและใหญ่ เกาะมันอยู่ตรงหน้า ส่วนเกาะอกอยู่ด้านหลัง อิอิอิอ Stick out tongue คุณ
    ครูบอกว่าโลกของเรามีน้ำทะเลมากกว่าส่วนที่เป็นพื้นดิน ร้องอ๋ออออ!! ก็ตอนนี้แหละครับ
    ด้านขวาเป็นหาดในหาน ยืนชมวิวและเดินถ่ายภาพอยู่นาน คิดๆว่าถ้ามากันเป็นทริป
    ถ่ายภาพคงสนุกไม่น้อย  สมัยเรียนผมก็มาบ่อยนะครับที่นี่ ตอนนั้นรู้สึกเฉยๆ แต่หลังจากที่
    มาอยู่ที่อื่นนานๆกลับไปที แหลมพรหมเทพเป็นสิ่งล้ำค่ามากๆที่ธรรมชาติได้มอบให้เมือง
    ไทย ... มองซ้ายมองขวาแล้วผมก็เดินลงไปข้างล่างคนเดียว แต่มันเงียบๆ ถ้าใครไปชวน
    เพื่อนไปหลายๆคนก็ดีนะ ปลอดภัยไว้ก่อนครับ





    "หาดในหาน" จากแหลมพรหมเทพลงมาทางขวาวกไปวนมานิดหน่อย ผ่านกินกาแฟเย็น
    ที่หาดยะนุ้ย ก็มาถึงหาดในหานครับ ที่นี่เป็นอีกหาดที่นักท่องเที่ยวต่างชาติชื่นชอบที่จะ
    มาพักผ่อนอาบแดด หาดทรายไม่ยาวมาก แดดดี น้ำใส คลื่นค่อนข้างแรง นักเล่นกิจกรรม
    ทางน้ำชอบครับ



    จากนั้นผมก็เลาะตะเข็บขึ้นลงเนินสักพักก็มาถึงจุดชมวิวอีกจุดที่สวยไม่เบา มองไปทางขวา
    มองเห็นหาดชื่อดังเรียงราย รอต้อนรับนักเที่ยว



    "หาดกะรน" ชายหาดยาวอยู่ถัดไปจากหาดกะตะ แดดร้อนครับหาดนี้ ไม่ค่อยมีร่มเงา
    ให้หลบแดดมากนัก แต่ฝรั่งคงชอบครับ



    "หาดป่าตอง" คงไม่ต้องกล่าวถึงมากนักสำหรับหาดป่ตอง หลายๆคนคงรู้จัก หลังจาก
    เกิดเหตุคลื่นยักษ์ ตอนนี้ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพปกติแล้วครับ แถมน้ำยังใสกว่าเดิมด้วย
    ก็อยากให้น้ำใสแบบนี้ไปอีกนานๆนะครับ ช่วยกันคนละนิดนะครับ

    เที่ยงแล้วกลับบ้านกินข้าวดีกว่า... หิวแล้ว Smile

    ยังมีอีกหลายๆมุมที่สวยๆ ที่ผมไม่ได้พูดถึงและเก็บภาพมาฝากนะครับ หาดกะตะ กะตะน้อย ...

    หมดฝนปลายปีและต้นปีหน้า
    ท่านเตรียมแผนเที่ยวภูเก็ตไว้ในตารางท่องเที่ยวของท่านรึยังครับ Big Smile

    ชมอัลบัมภาพทั้งหมด (Photo Album)

    View Slide Show



    ชมภาพเพิ่มเติมที่กระทู้นี้ครับ

  • Phuket (Round the island #1) -- พาเที่ยวรอบเกาะภูเก็ต ตอนที่ 1

        สวัสดีครับ Smile เพื่อนๆคนรักอันดามัน Blog แรกของผม ขอพาทุกท่านเที่ยวชมวิวบางส่วนรอบเกาะภูเก็ตครับ

       
        ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อน... บ้านผมอยู่่่ภูเก็ตครับ แต่ตอนนี้ทำงานที่กรุงเทพฯ ใน 1 ปีได้มีโอกาสกลับบ้านราวๆ 2-3 ครั้ง ก่อนหน้านี้กลับไป ก็มักจะไปเที่ยวตามหาดต่่างๆ แต่ไม่มีภาพถ่ายเก็บไว้ชมเลย ตั้งแต่มีกล้องคอมแพคตัวเล็ก ราวๆ 2 ปีก่อน กลับไปทุกครั้ง ผมก็จะไปเก็บภาพตามหาดต่างๆไว้ ครั้งนี้ก็เช่นกัน...

        ชายทะเลเกาะภูเก็ตที่สวยๆ ส่วนใหญ่จะอยู่ทางฝั่งตะวันตกครับ ปัจจุบันมีถนนเลียบฝั่งตะวันตกเชื่อมหาดเกือบทุกหาด ทำให้การเดินทางสะดวกมาก อาจจะใช้เวลา 1 วันเที่ยวชมได้ครบ แต่ถ้าเอาแบบจุใจคงใช้เวลาราวๆ 2-3 วัน  

       เริ่มต้นจากตัวเมืองสามารถเริ่มต้นไ้ด้หลายทาง คราวนี้ผมเริ่มออกจากตัวเมืองตอนเช้า (ไปเก็บภาพช่วงเช้าฝั่งตะวันตกท้องฟ้าจะสีเข้มครับ) ย้อนกลับไปทางออกจากตัวเมือง ไปทางอำเภอถลาง แวะสักการะ "ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร" หาโกปิ้ร้อนๆแถวๆนั้น ซดให้สดชื่นก่อน(เป็นวิธีเที่ยวภูเก็ตแบบประหยัดวิธีหนึ่งด้วยครับ)      
     

        
         เลี้ยวซ้ายจากสี่แยกอนุสาวรีย์ไปสักพัก ก่อนถึงหาดบางเทามีทุ่งนาให้สดชื่น ก็เลยแวะลงไปเก็บภาพ "หาดบางเทา" ปัจจุบันพื้นที่เป็นของโรงแรมระดับ 5-6 ดาว แต่ก็มีที่ทางพอให้ผมได้เก็บภาพเหมือนกัน ช่วงเช้าค่อนข้างเงียบดีครับ มีกิจกรรมทางน้ำบ้าง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติครับ



       
        จากนั้นใช้เวลาราวๆ 5 นาทีก็มาถึง "หาดสุรินทร์" ตอนเด็กแม่ไม่ยอมให้เล่นน้ำที่หาดนี้ครับ บอกว่าน้ำลึกคลื่นแรง ไม่ค่อยมีใครมาหาดนี้กัน แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปแล้วครับ หาดสุรินทร์เป็นหาดสวยไม่เล็กไม่ใหญ่กำลังดี วันที่ผมไปเป็นวันธรรมดา คนก็เลยไม่เยอะ เดินเก็บภาพสบาย มีเก้าอี้เอนน่ารักน่านอน แต่ผมต้องไปหาดอื่นต่อ ....



     

        ออกจากหาดสุรินทร์ไปอีกหน่อย ถนนเริ่มขึ้นที่สูง ทำให้มองเห็นน้ำทะเลใสๆ สวยงามมากครับ หาดต่อไปผมก็แวะมาที่ "หาดแหลมสิงห์" หาดนี้ต้องเดินลงเขานิดหน่อย ไม่ไกลครับ แต่ตอนขึ้นนี่ขาสั่นเหมือนกัน ทางลงมีครีมทาหลังอาบแดด ภูมิปัญญาชาวบ้านวางขายด้วยครับ 


        หาดแหลมสิงห์เป็นหาดเล็กๆ น้ำใสน่ากระโดดมาก คนไม่เยอะมาก มีร้านอาหารหน้าหาดเต็มเป็นปกติครับ ไม่วุ่นวายครับหาดนี้ มีมุมที่จะหาความสงบได้เหมือนกัน 80% เป็นฝรั่งเช่นเคย มีเด็กตกปลาตรงโขดหิน เห็นภาพตัวเองในอดีตเลย 

           

        เกือบเที่ยงแล้วได้เวลากลับบ้านกินข้าว ทางกลับมองเห็น "หาดกมลา" จากมุมสูง แต่ไม่ได้แวะลงไปครับ แล้วผมก็กลับบ้านผ่านทางป่าตอง - อ.กระทู้ เข้าตัวเมือง ใช้เวลาราวๆ 15-20 นาที

        ตอนเย็นวางแผนว่าจะมาถ่ายพระอาทิตย์ตกที่หาดบางเทา แต่ผิดแผนครับ ฝนตกเฉยเลย ไว้โอกาสหน้าคงไม่พลาด... 

        ยังมีเส้นทางไปยังหาดอื่นๆอีกนะครับ ซึ่งเชื่อมต่อกันกับเส้นทางนี้ แต่อาจจะเริ่มจากด้านใต้ของเกาะ จากหาดราไวย์ แหลมพรหมเทพ ในหาน กะตะ กะรน ป่าตอง แล้วผมจะมาพาเที่ยวครั้งหน้าครับ

        ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชมครับ Smile
                 Isl@nder


    ชมอัลบัมภาพทั้งหมดที่นี่ครับ     

    - ชมภาพแบบ Slide Show ที่นี่ครับ

This Blog

Post Calendar

<November 2008>
SuMoTuWeThFrSa
2627282930311
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30123456

Syndication

SkinName:iroha_CS2
Powered by Community Server, by Telligent Systems