"แตกอน พานนี้หามีม้าย ต้องนั่งเรือข้าม..." พ่อเคยเล่าให้ฟังตอนที่ผมนั่งรถข้ามสะพานสารสิน ถ้าคุณผู้อ่านเป็นชาวภูเก็ตและใกล้เคียง หรือเคยมาเที่ยวภูเก็ตโดยข้ามสะพานนี้ คงมีความทรงจำอยู่ในเมมโมรี่ของท่านไม่มากก็น้อย เพราะเมื่อคุณเห็นสะพานสารสิน นั่นหมายถึง คุณกำัลังจะข้ามมาสู่เกาะภูเก็ต หรือคุณอาจจะเดินทางจากไป...
"สะพานสารสิน" มีความผูกพันกับชาวภูเก็ตมานานราว 40 ปีแล้ว เปิดใช้เมื่อ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2510 สร้างข้ามทะเล "อันดามัน" ตรงนี้เรียกว่า ช่องปากพระ เชื่อม ท่าฉัตรไชย ฝั่งเกาะภูเก็ต กับ ท่านุ่น จังหวัดพังงาครับ มีความยาวทั้งหมด 660 เมตรถ้าคุณเดินทางโดยทางบก ต้องผ่านสะพานนี้ มีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับสะพานสารสิน รวมถึงเรืองความรักต่างชนชั้น ที่โด่งดังจนถูกสร้างเป็นหนังมาแล้ว "สะพานรักสารสิน"
วันนี้เป็นอีกครั้งที่ผมและเพื่อนๆได้ข้ามสะพานสารสินเพื่อไปเที่ยวพังงาและระนองกัน โชคดีที่ท้องฟ้าเปิดก็เลยลงไปเก็บภาพบรรยากาศช่วงเช้าๆของที่นี่มาฝากเพื่อนๆครับ ปัจจุบันนี้สะพานสารสินใช้เป็นเส้นทางขาออกจากภูเก็ตและมี "สะพานเทพกระษัตรี" ใช้เป็นขาเข้า อยู่คู่กัน
มีคนนิยมมาเดินเล่น ชมวิว ตกปลา ที่สะพานสารสิน แต่ระวังรถกันหน่อยนะครับ ถ้าให้ปลอดภัยให้คุณข้ามสะพานมาก่อนแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปจอดรถด้านล่างก็ดีนะครับ แถมมีร้านกาแฟท่านุ่นให้ลิ้มลองด้วย
ถ้ามีโอกาสผ่านสะพานนี้อีกครั้ง ผมไม่พลาดลงไปชมวิวเก็บภาพที่ "สะพานสารสิน" อีกอย่างแน่นอน
ชมภาพจากอัลบัม สะพานสารสิน ภูเก็ตชมภาพแบบ Slide Show ที่นี่ครับ
"ใครโทรมาหลาว กำลังนอนหรอยๆ!" เสียงผิวปากจากริงโทน Wind Of Change ของ Scorpions ที่ชอบฟังกับทรายขาวสมัยวัยรุ่นดังแต่เช้า ถึงจะไม่ใช่เสียงแบบ MP3 มันก็ทำให้ผมเคลิ้มไปพักนึง สักพักนึกขึ้นได้ เหย้ยย!! ไปถ่ายรูปนี่หว่า เท่านั้นแหละ ผมก็ดีดตัวขึ้นมารับโทรศํพท์อย่างรวดเร็ว ลืมตัวว่ากล้ามหน้าท้องมันรวมตัวกันเป็นลูกเดียวนานแล้ว
"อาบน้ำเร็วๆ เดี๋ยวก่อนไปซื้ออะไรไปกินด้วยนะ จะได้ไม่หิว"
เสียง Phatthar สั่งการ แถมท้ายไม่ลืมเรื่องกินตามเคย ...
เป็นที่มาของ "พาเที่ยวรอบเกาะ ตอนที่ 3" ยังมีชายหาดสวยๆฝั่งอันดามัน อยู่ตอนบนของเกาะที่หลายคนอาจจะลืมไปแล้ว หรือไม่เคยได้ยิน "หาดในทอน" และ "หาดในยาง" ครับ ช่วงเช้าอากาศดีๆ ผมหิ้วซาลาเปาไป 3-4 ลูก กับขนมไข่นกกระทา 1 ถุง ช่วงกินเจแค่นี้ก็โอเคแล้ว เรากะกันว่าใช้เวลาครึ่งวัน เดินทางจากตัวเมือง ไปทางอำเภอถลาง เส้นทางเดียวกับ พาเที่ยวรอบเกาะตอนที่ 1 แต่ผมเลียบเกาะขึ้นไปทางเหนือ ไม่นานผมก็มาถึงหาดในทอน ที่ไปช่วงเช้าเพราะผมอยากได้ภาพฟ้าเข้มๆ เพราะเป็นฝั่งตะวันตก หาดในทอนอยู่ในเขต "อุทยานแห่งชาติสิรินาถ" บรรยากาศเงียบสงบ คนน้อยๆ หาดทรายไม่ขาวมากแต่น้ำใส เล่นน้ำได้ เตียงและร่ม มีพอนับได้ ต้นไม่ร่มรื่น ถ้าใครชอบแนวนี้ หาดนี้เหมาะเลย หาดที่คนน้อยๆ โดยไม่ต้องนั่งเรือ ไปตามเกาะเล็กๆให้เหนื่อย
ขับรถไปอีกนิดก็มาถึง "หาดในยาง" อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ เช่นเดียวกันถ้าใครนึกไม่ออกหาดนี้อยู่ติดกับสนามบินภูเก็ตไงครับ มีต้นสนทะเล ร่มรื่นและเงียบสงบ เหมาะที่จะเป็นวันพักผ่อนจากงานการที่เครียดๆมากครับ หาดทรายขาวยาวหลายกิโล ช่วงปลายปีมีเต่าทะเลมาวางไข่ เล่นน้ำพอได้ แต่ดูคลื่นลมดีๆนะครับ เลี่ยงได้ไปเล่นหาดอื่นเหมาะกว่า
จริงๆแล้วมีหาดอีก 2-3 หาด จากหาดในยาง ไปจนถึงสะพานสารสิน เพราะใช้เวลาเก็บภาพถึงเที่ยงก็หิวข้าวกันแล้ว ไว้จะถ่ายภาพมากระตุ้นต่อมอยากไปทะเลกันอีกครับ
ขอบคุณ Phatthar สำหรับเบาะนุ่มๆ แอร์เย็นๆและขออภัยที่หิวตั้งแต่หาดในยาง แต่มากินหมี่หุ้นที่อ๊ามผ้อต่อบางเหนียวและขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชมครับ
- ชมภาพจาก Photo Album - ชมภาพแบบ Slide Show + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + - Phuket (Round the island #1) -- พาเที่ยวรอบเกาะภูเก็ต ตอนที่ 1- Phuket (Round the island #2) -- พาเที่ยวรอบเกาะภูเก็ต ตอนที่ 2
“เมืองไทยเรานี่มีอะไรดีๆเยอะ” ผมเห็นด้วยครับ ภาพถ่ายฟ้าสวยๆ น้ำทะเลใสๆ หาดทรายขาวสะอาด ถือเป็นมนเสน่ห์ที่ชักชวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ แวะเวียนมาเยือน “อันดามัน” ไม่ขาดสาย แม้แต่ผู้ที่เคยมาเยือนแล้ว ก็ยังติดใจและกลับมาอีกหลายๆครั้ง ...
ปลายเดือนตุลาคม ช่วงใกล้หมดมรสุม ผมและเพื่อนๆรวม ได้ชักชวนกันไปเยือน เกาะพีพี ผมขอเล่าเรื่องแบบนั่งจิบกาแฟคุยกันสบายๆก็แล้วกันนะครับ เพราะไม่ถนัดเรื่องงานเขียน (ตกลงเราถนัดอะไรมั่งเนี่ย)
ผมเตรียมอาหารเจจากที่บ้านไปด้วย สปอนเซอร์โดยพี่สะใภ้ผมเองครับ เพราะอยู่ในช่วงกินเจ สำหรับอาหารเที่ยงวันนี้ (เป็นการเที่ยวแบบประหยัดด้วยนะครับ ไม่สงวนลิขสิทธิ์) การเดินทางจากภูเก็ตไปเกาะพีพีค่อนข้างสะดวก ลงเรือที่ท่าเรือเกาะสิเหร่ สามารถนำรถส่วนตัวไปจอดได้ ผมและเพื่อนๆเลือกที่จะไปแบบเช้าไปเย็นกลับ ค่าโดยสารคนละ 500 บาท ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งก็มาถึงเกาะพีพีดอน เรือจอดที่อ่าวต้นไทรครับ ระยะทางประมาณ 40 กม.
หน้าฝนช่วงมรสุมมาเยือน หลายๆคนที่ชอบเที่ยวทะเลอาจจะต้องนับวันรอเมือไหร่จะหมดมรสุม ท้องฟ้าจะแจ่มๆเสียที จะได้ไปเที่ยวทะเลกัน บางคนโชคดีถึงจะไปทะเลช่วงนี้ก็ไม่เจอฝน ผมกลับไปเยี่ยมบ้านคราวนี้ นัดกับเพื่อนๆไปเที่ยว"กระบี่" กันครับ โดยมี ซีดาน เพื่อนรุ่นพี่รับจัดโปรแกรมเทียวครั้งนี้ ผมรับโพยมาปั๊บกาแมนยูฯก่อนเลย เหย้ย! เอามาดูโปรแกรมหน่อยซิไปไหนมั่ง "ท่าปอม คลองสองน้ำ" เป็นหนึ่งในรายการที่เราจะไปกัน มันเป็นยังไรเหรอ คลองสองน้ำ ผมคิดๆ แต่ไม่กล้าถามซีดาน (กลัวโดนหัวโขก) ...
ผมและเพื่อนๆเดินทางจากภูเก็ต ถ้าี่มาจากทางตัวเมืองกระบี่ใช้เส้นทางกระบี่-อ่าวลึก ประมาณ 22 กิโลเมตร ก็ถึงปากทางเข้าเลี้ยวซ้ายไปราวๆ 5 กม.ก็ถึงครับ ช่วงที่ไปฝนตกๆหยุดๆสลับไปตลอดทางแต่ก็ได้เห็นวิวภูเขากับหมอกจางๆสวยดี พอไปถึงด้านหน้าเป็นลานจอดรถค่าบริการ 20 บาท ลงดินไปนิดหน่อยก็ถึงจุดเข้าไปชมคลองสองน้ำ
เส้นทางเดินเที่ยวชมศึกษาธรรมชาติระยะทาง 700 เมตร เป็นสะพานไม้ครับ เมื่อเดินเข้าไปจะเห็นด้านซ้ายเป็นป่าพรุทึบนิดหน่อย ส่วนด้านขวาจะเห็นเป็นป่าชายเลน พวกเราเดินเข้าไปถึงจุดที่เด็กๆเล่นน้ำกัน จุดนี้คงเป็นน้ำจืดที่ไหลมาจากธารน้ำพุใสจากใต้ดิน น้ำใสเห็นรากไม้ใต้น้ำ สวยงามแปลกตามากเลยครับ เดินไปเรื่อยๆออกไปทางขวาเป็นจุดที่น้ำเค็มขึ้นมาถึง ตอนที่พวกเราไปกันน้ำขึ้นและฝนตกครับ ทำให้ได้ภาพที่น้ำไม่ใสเหมือนที่เคยเห็นในนิตยสารท่องเที่ยว
ครั้งนี้ผมตากล้องสมัครเล่นเก็บภาพมาฝากเพื่อนๆ พอเป็นน้ำจิ้มนะครับ ต้องมาเห็นกับตาตัวเองถึงจะรู้ว่าที่นี่ Unseen ยังไง ถ้ามีโอกาสผมคงได้แวะมาเที่ยว เก็บภาพที่นี่อีกแน่นอน
เดือนสิงหาคม ฝนฟ้าไม่เป็นใจนัก สำหรับนักท่ิองเที่ยวเดือนนี้มีวันสำคัญของคนไทยทุกคน นั่นก็คือ "วันแม่" นอกจากนี้ยังมีประเพณีเก่าแก่ของคนภูเก็ตเชื้อสายจีนที่สืบทอดกันมานาน สมัยเด็กผมและเพื่อนๆรับรู้แค่ว่า ได้หยุดโรงเรียนอีกแล้ว ได้เล่นชิงช้า ขี่ม้าหมุน ดูลิเก และได้กินขนมเต่าชุบไข่ทอดอร่อยๆ... แต่น้อยคนนัก (รวมถึงผมด้วย) ที่จะรู้ความหมายของประเพณีนี้โอกาสนี้ ผมลูกหลานคนบางเหนียว ภูเก็ตก็เลยขอนำข้อมูลความหมาย และความเป็นมาของประเพณี "ผ่อต่อ" มาบอกต่อเพื่อนๆครับ
"ผ่อต่อ" เป็นคำจีน หมายถึง การทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
ความเป็นมาของ "ผ่อต่อ" เนื่องจากเดือนเจ็ด (นับแบบจีน) ชาวจีนถือว่าเป็นเดือนปล่อยวิญญาณ ประตูวิญญาณจะเปิดออกเพื่อให้เหล่าวิญญาณพเนจรออกมาเที่ยวเล่นเป็นเวลา 1 เดือนชาวจีนจึงร่วมกันจัดอาหารคาวหวานเซ่นไหว้ เพื่อเป็นการระลึกถึงผู้วายชน ที่ก่อนเคยได้ใช้ชีวิตร่วมกันในชุมชนเดียวกัน (โดยไม่จำเป็นต้องแซ่เดียวกัน) เป็นการแสดงถึงความกตัญญูและความสามัคคีกลมเกลียวในชุมชนนั้นๆ คล้ายกับการทำบุญเดือนสิบของประเพณีไทยนั่นเองและในเดือนเจ็ด ชาวจีนจะห้ามมิให้ลูกหลานออกนอกบ้านหลังเวลาพลบค่ำ(เวลา 18.00 น.) เพราะอาจเคราะห์หามยามร้ายได้ (ช้อง)
องค์ผ่อต่อก้ง (กวนอูไต่สู่) คือภาค (ป้าน) หนึ่งของเจ้าแม่กวนอิมแปลงร่างให้น่ากลัวเหมือนพญามาร เพื่อให้สามารถปราบเหล่าวิญญาณได้เนื่องจากต้องไปโปรดสัตว์ในนรก ซึ่งท่านจะคอยดูแลเหล่าวิญญาณพเนจรทั้งหลายที่ขึ้นมาบนโลกมนุษย์ และจะคอยตามเหล่าวิญญาณที่ยังไม่ยอมกลับบ้าน เมื่อครบกำหนดเวลาที่ประตูวิญญาณเปิด (30 ค่ำ เดือน 7)
การเซ่นไหว้/ของไหว้ มีการจัดทำอาหารคาวหวานหลากหลายชนิดที่สำคัญประกอบด้วย หมู เป็ด ไก่ อันหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์,เส้นหมี่เหลือง หมายถึง อายุยืนยาว ส่วนของหวานที่สำคัญ คือฮวดโก้ย หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง และขนมเต่า ซึ่งปัจจุบันตามชุมชนต่างๆนิยมนำมาจัดประดับประดาอย่างสวยงาม มีการแกะสลักผักผลไม้ เป็นรูปร่างต่างๆอย่างวิจิตร และมีการเฉลิมฉลองอย่างสนุกสนานอีกด้วย สัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งในการจัดทำของไหว้ คือการประดิษฐ์เมล็ดธัญพืชให้เป็นรูปสัตว์ และสิ่งของต่างๆ
"ขนมเต่า" ของเซ่นไหว้ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ในประเพณีนี้ ซึ่งเป็นขนมที่ทำจากแป้งสาลีผสมน้ำตาล ปั้นขึ้นเป็นตัว ให้มีรูปร่างเป็นตัวเต่าขนาดต่างๆกัน แล้วทาด้านบนกระดองด้วยสีแดง (ในอดีตทำด้วยแป้งหมี ตัวเต่ามีสีขาว มีจุดแต้มสีแดงตรงกลางเรียกว่า มอฮ่อ) การนำขนมเต่ามาเซ่นไหว้นั้น นัยหนึ่งเชื่อว่าเกิดจากการที่เต่าทะเลยักษ์โผล่ขึ้นจากทะเลลึก ช่วงพระถังซัมจั๋ง รอดพ้นจากพายุเมื่อคราที่ไปอัญเชิญพระไตรปิฎก ชาวจีนจึงนำมาเป็นของเซ่นไหว้เพื่อการระลึกถึง หรืออีกนัยหนึ่งเชื่อว่า เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้เซ่นไหว้เอง เนื่องจากชาวจีนถือว่าเป็นสัตว์ที่มีอายุยืนยาว ส่วนที่เป็นสีแดง เพราะเป็นสีที่เป็นมงคลของชาวจีน ซึ่งปกติในงานมงคลต่างๆของชาวจีน ก็จะมีการเซ่นไหว้ด้วยขนมเต่า (อังกู้) อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่มีขนาดใหญ่เหมือนกับงานผ่อต่อ ปีนี้ผมและเพื่อนๆ อุดหนุนขนมเต่าของคนใกล้บ้าน แล้วก็แบกกันไปคนละตัวนำไปไหว้ที่อ้ามผ่อต่อก้ง (บางเหนียว) เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ได้ข่าวว่าหลังจากนั้นวันสองวัน สมาชิก OJ. โชคดีเลยครับ ส่วนของกระผมที่ขนมเต่าเขียนว่า "วาสนา"เพราะรู้สึกว่าไม่ค่อยมี The meaning of "Por Tor" Por Tor is a Chinese word which means to worship by offering gifts & food to your ancestor.
"Por Tor Kong" The god of Devils/Another part of Kuan-im (Chinese monk).
To worship Offering variety of gifts & food.
Khanom Tao The main offering for this festival is turtle-shape cake made from glutinous rice flour and sugar. These turtle cakes are red in colour and turtle symboles long life.
In Phuket The annual worship of the god of devils (Por Tor Kong) is done ina grand scale. He has a special shrine near Bang Neow Primary school.
รายนามคณะเถ้าแก่หล่อจู้ ประจำปี 2549หล่อจู้ คุณวัลภา จิตตาปัญญานุกูล (ได้ 6 โป้ย)เถ้าแก่ 1. คุณสมศักดิ์ สันติอมรทัต (ได้ 5 โป้ย) 2. คุณจันทรา ตันติวงศ์ไพศาล (ได้ 4 โป้ย) 3. ร.ต.วิชัย ชาวบ้านเกาะ (ได้ 4 โป้ย) 4. คุณลาวัณ แซ่ตัน (ได้ 4 โป้ย)(คณะเถ้าแก่-หล่อจู้ :: เป็นบุคคลในชุมชนนั้นๆ ที่ได้รับการคัดเลือกจากองค์ผ่อต่อก้งโดยการเสี่ยงทาย (โป้ย) ให้ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบในการจัดงาน ในแต่ละปีผลัดเปลี่ยนกันไป บุคคลที่ได้รับเลือกเป็นหล่อจู้นั้นจะถือว่าเป็นสิริมงคลแก่ตนเองอย่างยิ่ง ซึ่งมีการอัญเชิญองค์ผ่อต่อก้งไปประดิษฐานยังบ้านที่อาศัย โดยจะรับหน้าที่ถวายน้ำชาแก่องค์ผ่อต่อก้งทุกวันตลอด 1 ปี)เล่าข้อมูล-ตำนาน : ก๊กเกี๋ยว แซ่เหลบันทึกเรื่องราว : ปิยะวรรณ จิตตาปัญญานุกูลความตั้งใจ : ถ่ายทอดความเป็นไปในชุมชนจากรุ่นแรกสู่รุ่นหลังขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่อ้ามผ่อต่อก้ง (บางเหนียว)ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลประวัติ และความหมายของ ประเพณี "ผ่อต่อ" มาให้เพื่อนๆได้อ่านกันครับ
สวัสดีครับ เพื่อนๆคนรักอันดามัน เป็นอีกครั้งที่ผมจะพาทุกท่านเที่ยวชมวิวรอบเกาะภูเก็ต ตามสไตล์โปรแกรมเมอร์ ที่ปกติจะถนัดเขียนโปรแกรมมากกว่าพาเที่ยว ..int i = 0; อ้าวๆ เอาแล้วไงๆ... ลืมตัวไปหน่อยๆ
ครั้งนี้ผมต้องปลุกทุกท่านแต่เช้่าตรู่ ออกตระเวณหาเหยื่อ เอ้ย หาอะไรอร่อยๆในเมืองอย่าง ขนมจีบ ขนมจีน โรตีน้ำแกง โกปี้ เซล้อง ใส่ท้องก่อน เพราะครึ่งวันเช้าผมจะพาท่านไปชมวิวรอบเกาะตอนล่างกัน เราจะเริ่มเดินทางจากตัวเมืองตอนเช้า ลงไปทางใต้โดยเป้าหมายแรกของเราก็คือหาดราไวย์
"หาดราไวย์" อยู่ทางตอนใต้ของเกาะ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 17 กม. จากตัวเมืองใช้เส้นทางถนนเจ้าฟ้า ผ่านห้าแยกฉลองตรงมาไม่นานก็ถึงครับ ราวๆ 8 โมงกว่า เมือถึงหาดถ้าเลี้ยวซ้ายจะเป็นหมู่บ้านชาวเล หรือชาวไทยใหม่ เลี้ยวขวาจะเป็นหน้าหาด(ถ้าไม่เลี้ยวลงทะเลครับ อิอิอิอ) ... มีร้านอาหารแบบตั้งโต๊ะปูเสื่อ หาดทรายและน้ำทะเลที่นี่ไม่สวยแดดไม่แรงเท่าด้านตะวันตก นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่นิยมมาเล่นน้ำอาบแดดที่นี่ครับ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่นี่เหมาะสำหรับพาครอบครัว เพื่อนฝูงมานั่งทานอาหารรับลมเย็นๆยามบ่ายมาก บรรยากาศเงียบๆ แต่ไม่มาก ได้ยินเสียงลมกระทบแนวสนหน้าหาดเย็นสบาย เรือหางยาวของชาวบ้านเรียงรายเป็นแถวยาว ไว้ออกหาปลาและรับส่งนักท่องเที่ยวไปตามเกาะต่างๆ เช่นเกาะเฮ เกาะราชา เกาะโหลน
"แหลมพรหมเทพ" จากหาดราไวย์ไปทางขวาราวๆ 2 กม.เราก็มาถึงแหลมพรหมเทพ จุดชมวิวชื่อดังของภูเก็ตและอันดามัน มองจากจุดชมวิวที่สูงเห็นตัวแหลมทอดยาวออกไป ช่วงเย็นจะมีนักท่องเที่ยวมารอชมพระอาทิตย์ตกเป็นจำนวนมาก ถ้าโชคดีไม่มีเมฆบังจะได้ชมพระอาทิตย์ตกน้ำเดือดปุดๆ ยิ่งกว่าตะวันตกดินของพี่แอ๊ด คาราบาวอีก(เวอร์ไปมะ อิิอิอิ) เที่ยวหน้ากลับบ้านจะเก็บภาพพระอาทิตย์ตกมาฝากครับ (ถ้าฝนไม่ตก) ครั้งนี้ผมมาถึงราวๆ 9 โมงกว่าๆ ผู้คนนักท่องเที่ยวยังไม่เยอะครับ อุดหนุนน้ำมะพร้าวอ่อนของลุงข่างล่างก่อนก็ไม่เลวนะ เมือเดินขึ้นมาตรงจุดชมวิว สิ่งที่เห็นคือ ทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตา มีเกาะแกวน้อยและใหญ่ เกาะมันอยู่ตรงหน้า ส่วนเกาะอกอยู่ด้านหลัง อิอิอิอ คุณครูบอกว่าโลกของเรามีน้ำทะเลมากกว่าส่วนที่เป็นพื้นดิน ร้องอ๋ออออ!! ก็ตอนนี้แหละครับ ด้านขวาเป็นหาดในหาน ยืนชมวิวและเดินถ่ายภาพอยู่นาน คิดๆว่าถ้ามากันเป็นทริปถ่ายภาพคงสนุกไม่น้อย สมัยเรียนผมก็มาบ่อยนะครับที่นี่ ตอนนั้นรู้สึกเฉยๆ แต่หลังจากที่มาอยู่ที่อื่นนานๆกลับไปที แหลมพรหมเทพเป็นสิ่งล้ำค่ามากๆที่ธรรมชาติได้มอบให้เมืองไทย ... มองซ้ายมองขวาแล้วผมก็เดินลงไปข้างล่างคนเดียว แต่มันเงียบๆ ถ้าใครไปชวนเพื่อนไปหลายๆคนก็ดีนะ ปลอดภัยไว้ก่อนครับ
"หาดในหาน" จากแหลมพรหมเทพลงมาทางขวาวกไปวนมานิดหน่อย ผ่านกินกาแฟเย็นที่หาดยะนุ้ย ก็มาถึงหาดในหานครับ ที่นี่เป็นอีกหาดที่นักท่องเที่ยวต่างชาติชื่นชอบที่จะมาพักผ่อนอาบแดด หาดทรายไม่ยาวมาก แดดดี น้ำใส คลื่นค่อนข้างแรง นักเล่นกิจกรรมทางน้ำชอบครับ
จากนั้นผมก็เลาะตะเข็บขึ้นลงเนินสักพักก็มาถึงจุดชมวิวอีกจุดที่สวยไม่เบา มองไปทางขวามองเห็นหาดชื่อดังเรียงราย รอต้อนรับนักเที่ยว
"หาดกะรน" ชายหาดยาวอยู่ถัดไปจากหาดกะตะ แดดร้อนครับหาดนี้ ไม่ค่อยมีร่มเงาให้หลบแดดมากนัก แต่ฝรั่งคงชอบครับ
"หาดป่าตอง" คงไม่ต้องกล่าวถึงมากนักสำหรับหาดป่ตอง หลายๆคนคงรู้จัก หลังจากเกิดเหตุคลื่นยักษ์ ตอนนี้ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพปกติแล้วครับ แถมน้ำยังใสกว่าเดิมด้วย ก็อยากให้น้ำใสแบบนี้ไปอีกนานๆนะครับ ช่วยกันคนละนิดนะครับ
เที่ยงแล้วกลับบ้านกินข้าวดีกว่า... หิวแล้ว
ยังมีอีกหลายๆมุมที่สวยๆ ที่ผมไม่ได้พูดถึงและเก็บภาพมาฝากนะครับ หาดกะตะ กะตะน้อย ... หมดฝนปลายปีและต้นปีหน้าท่านเตรียมแผนเที่ยวภูเก็ตไว้ในตารางท่องเที่ยวของท่านรึยังครับ
ชมอัลบัมภาพทั้งหมด (Photo Album)View Slide Show
ชมภาพเพิ่มเติมที่กระทู้นี้ครับ